ประกาศเกียรติคุณฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง ปี 2564
ผู้บริหาร บจก. ซันโรโบติกส์ แอนด์ เอไอ เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง ปี 2564
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงให้แก่ผู้ประกอบการ 96 ราย ที่ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่ออนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลาก ประจำปี 2564 ณ ห้อง Grand A ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565
ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง เห็นแล้วใช่ มั่นใจได้
โดย บจก. ซันโรโบติกส์ แอนด์ เอไอ ได้เข้าร่วมโครงการ มาเป็นปีที่5ติดต่อกัน เรามุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่องเสนอมาจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกลุ่มอุตสาหกรรม ผู้ผลิตเครื่องจักร หรือแม้แต่กลุ่มงานเกษตรกรรม สินค้าที่ติดฉลาก จะผ่านการรับรองจากกระทรวงพลังงานว่าเป็นสินค้าประหยัดพลังงาน คือใช้พลังงานน้อยกว่าสินค้ารุ่นทั่วไปในตลาด ตั้งแต่ 10 ถึง 30% ขึ้นกับประเภทสินค้า การเลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน จะช่วยลดรายจ่ายค่าพลังงานในระยะยาวทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ในส่วนการดูแลค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทุกคน
ตามที่ พพ. ได้ดำเนินการ "โครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่ออนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลาก ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2550)" เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม ให้ประชาชนรับรู้และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงอย่างถูกต้อง โดยใช้ "ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง เป็นเครื่องมือมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้ออกฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง รวมจำนวน 43 ล้านใบ ใน 19 ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน 875 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อปี ลดปริมาณ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 5.2 ล้านตันต่อปี
ซึ่งในปี 2564 มีผู้ประกอบการจัดทำสัญญาการใช้ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง จำนวน 114 สัญญา ในผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์รวม 1,452 รุ่น และได้รับการอนุมัติให้พิมพ์ฉลากประหยัด พลังงานประสิทธิภาพสูงรวม 3.8 ล้านใบ ส่งผลให้ลดการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว 69.7 ล้านกิโลกรัมต่อปี ลดการใช้น้ำมันดีเซล 3.55 ล้านลิตรต่อปี ลดการใช้น้ำมันเบนซิน 8.88 ล้านลิตรต่อปี และ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 366 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นผลประหยัดพลังงานรวมประมาณ 122.2 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือคิดเป็นมูลค่าพลังงานที่ประหยัดได้รวม 3,604.48 ล้านบาทต่อปี และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 429 พันตันต่อปี